{
}

BLOG

เมื่อเด็กวิศวะคอมฝึกงานครั้งแรก

STORY

โพสเมื่อ Jun 26, 2018

ย้อนกลับไปหลายเดือนก่อน ขณะกำลังนั่งทำงานกับเพื่อนอยู่ จู่ ๆ ก็มีคนติดต่อมาทาง Facebook บอกว่ามาจากบริษัท Donuts BKK เห็นฝีมือเราใน SPOJ (ซึ่งก็งง ๆ ว่าเจอได้ไง) ก็เลยอยากให้มาลองฝึกงาน ด้วยความที่ตอนนั้นเพิ่งเริ่มมาจับงานด้าน Web development เลยรู้สึกว่าน่าจะดีถ้าได้มาฝึกงาน (บวกกับเพื่อน ๆ และพี่ ๆ โหดจัดกันมากเลยไม่อยากแพ้) ก็เลยตอบตกลง และแล้วมหากาพย์การฝึกงานก็เริ่มขึ้น…

ก่อนจะมาต้องทำอะไรบ้าง

แต่ก่อนจะเริ่มก็ต้องมีทดสอบอะไรนิดนึงล่ะนะ ข้อสอบเป็นแนวอัลกอริทึม 5 ข้อส่งมาให้ทาง email รูปแบบมีตั้งแต่แก้โจทย์ธรรมดาจนถึงแก้บั๊กในโค้ด และเป็นแบบ no feedback (ค่อนข้างคล้ายแนว Codeforces) ซึ่งบอกเลยว่าด้วยแนวข้อสอบที่เจอมาตลอดชีวิตค่ายโอลิมปิก (ความยากประมาณ สอวน. ค่ายสอง) ก็เลยเก็บเต็มอย่างไม่ยากเย็นอะไร (จริง ๆ แอบเสียวเพราะตอนทำข้อสอบคือสนิมเกาะอยู่)

หลังจากข้อสอบเสร็จทางบริษัท (พี่คนเดิมที่ติดต่อมาแหละ) ก็จะนัดเราไปกินข้าวกับหัวหน้า ในใจตอนนั้นคิดในใจว่าน่าจะเป็นการสัมภาษณ์แบบเนียน ๆ รึเปล่าก็เกร็ง ๆ นิดหน่อย แต่สุดท้ายก็นัดวันกินข้าวอะไรเรียบร้อย พอวันจริงกลับไม่ได้เครียดอะไรขนาดนั้น เหมือนนัดกินข้าวกลางวันสบาย ๆ ได้พูดคุยกันนิดหน่อย หลังจากนั้นก็มาฝึกงานได้เลย

มาแล้วได้ทำอะไร

ที่ Donuts BKK ตอนนี้มีโปรเจคอยู่ 4 โปรเจค คือ Sistacafe, Estopolis, Jobcan และ Vibie และมีอีกหลายตำแหน่งให้เลือกทำในแต่ละโปรเจค ตั้งแต่ front-end, back-end, UX/UI designer ยันนักเขียนและ marketing ตอนแรกเลือกจะทำ Jobcan แต่ตอนนี้ยังไม่มีงานอะไร เลยมาทำ Estopolis ซึ่งเป็น service เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ (ตอนนี้เน้นคอนโดเป็นหลัก) โดยที่เราเลือกมาทำตำแหน่ง backend developer มีหน้าที่ช่วยออกแบบ database และ API ต่าง ๆ

วันแรกก็เอาแล้ว…

ไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้ายของเราที่วันแรกที่เริ่ม (1/7/2561) คือวันแรกที่บริษัทย้ายมาออฟฟิศใหม่ บรรยากาศก็ชุลมุนมาก ๆ เพราะต้องจัดของใหม่ด้วยเลยยังไม่ได้เริ่มอะไร แต่ก็ได้รับรู้ความโชคดี (หรือโชคร้าย?) อีกอย่างคือฟีเจอร์ที่กำลังทำต้องปล่อยช่วงสิ้นเดือน ซึ่งก็เป็นวันสุดท้ายที่มาฝึกงานด้วย (31/7/2561)

ความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสคือบริษัทเล็กกว่าที่คิด (มโนบริษัทไว้อลังการมากเลยแอบเกร็งเหมือนกัน) แต่ก็ชอบแบบนี้มากกว่าแหละ คนน้อย ๆ อยู่กันสบาย ๆ พี่ ๆ น่ารักทุกคนเลยนะ คุยง่าย เป็นกันเอง แล้วก็พยายามสอนงานให้ตั้งแต่วันแรกเลย รู้สึกดีใจเหมือนกันที่พี่ ๆ เอาใจใส่เด็กฝึกงานเป็นอย่างดี

หลังจากนั้น…

ความเกร็งมลายหายหมด แค่วันที่สองก็รู้สึกชินอย่างน่าประหลาด ด้วยความที่บรรยากาศสบาย ๆ ทำให้ไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ เข้าวันที่สองก็จะได้งานมาละ แล้วความยากก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เวลาทำงานก็ต้องเปิด docs และ Stackoverflow (เทพเจ้าของเหล่าโปรแกรมเมอร์) หาความรู้เอาเรื่อย ๆ แต่วิธีที่คิดว่าดีที่สุดคือเรียนรู้จากโค้ดเก่าของพี่ที่มีอยู่แล้ว อันนี้เป็น skill ที่คนทำงานสายนี้ต้องมีเลย

ที่นี่มีประชุมแทบทุกวัน เนื่องจากงานมันเดือดมาก ๆ (ขณะที่เขียนอยู่งานยังไม่เสร็จ) บางวันก็ประชุมทีม บางวันก็ประชุมกับโปรเจค บางวันประชุมกับหัวหน้า บางวันมาเพื่อประชุมอย่างเดียวก็มี วันแรก ๆ เราก็ไม่ได้พูดอะไรมาก พอเข้าประชุมเรื่อย ๆ ก็รู้สึกปกติ เริ่มออกไอเดียบ้างค้านบ้าง คิดว่าถึงจุดนี้ค่อนข้างชินกับงานแล้วแหละ

ประทับใจอะไรใน Donuts BKK

บรรยากาศห้องประชุม

1. บรรยากาศโล่งโปร่งสบาย

บรรยากาศการทำงานไม่กระจุกกันมากจนเกินไป มีทางเดินสะดวก อากาศถ่ายเท

มีมุมขนมด้วย (อันนี้หมดแล้วจ้าา)

2. น้ำฟรี ขนมฟรี ครัวฟรี (แต่หมดเร็วมากกก)

ถ้าฝึกงานจบแล้วน้ำหนักขึ้น 4–5 โลจะไม่แปลกใจเลย เพราะที่นี่มีน้ำและขนมฟรี สต็อคมาลงทุก ๆ ครึ่งเดือน งานนี้บอกเลยว่าความเร็วเป็นของปีศาจ ใครดีใครได้จริง ๆ

3. พี่ ๆ ใจดี เป็นกันเองมาก ๆ

เกริ่นไปตั้งนานละ พี่ ๆ ไม่ว่าจะในทีมหรือนอกทีมพูดคุยกันแบบสบาย ๆ มีอะไรถามได้หมด บางทีก็เอาขนมมาให้ (เหตุแห่งความอ้วนชัด ๆ)

4. มาเป็น intern แต่ทำงานเป็นทีมจริง

ถึงจะมา intern แต่งานที่ได้รับก็จะเหมือนว่าเราเป็นหนึ่งในทีมจริง ๆ อาจจะเพราะบริษัทไม่ใหญ่มากเลยไม่ได้แบ่ง scope ของ intern กับ part-time/full-time ซักเท่าไหร่ แต่ก็แน่ล่ะว่างานที่ได้เป็นงานส่วนน้อยเพราะอยู่ในช่วงเรียนรู้

แล้วอะไรที่ไม่ชอบล่ะ

1. ห้องน้ำ

ความออฟฟิศใหม่ทำให้ห้องน้ำยังไม่เสร็จดีเลยต้องขึ้นไปใช้ชั้นบน

2. ฝุ่นเยอะมาก ๆๆๆๆ

ด้วยความออฟฟิศใหม่เช่นกัน ฝุ่นจะเยอะไปไหนเนี่ยยยยย !!!

3. จอแยก

ของเก่าของแก่ แม้แต่สียังเพี้ยน อ่านโค้ดบนจอก็จะปวดตาหน่อย

มาแล้วได้อะไรบ้าง

ข้อนี้น่าจะสำคัญสุดแล้ว เพราะมันคือเหตุผลหลักที่มาฝึกงานเลย ไล่เป็นข้อ ๆ ละกัน…

1. Developer skills

อันนี้ชัดสุดแล้ว และก็ Technical สุดแล้วเหมือนกัน ก่อนมาฝึกงานกับตอนนี้ต่างกันมาก ทั้งคอนเซปต์ใหม่ ๆ Framework ใหม่ ๆ ทำให้เอาไปใช้กับงานอื่นได้ด้วย ลิสต์ไว้เลยละกันเผื่อจะเข้าไปอ่านกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น framework ล้ำ ๆ ภาษาดี ๆ ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้า concept พื้นฐานไม่แน่น อันนี้เป็นกับตัวเองเลย พอได้ concept แล้วที่เหลือมันไปเองเลย

คอนเซปต์เป็นพื้นฐานสำคัญของทุกอย่าง

2. Communication skills

เป็นทักษะที่ได้มาตอน review code กับพี่ คือเราต้องอธิบายให้ได้ว่าเราทำฟีเจอร์นี้เพื่ออะไร โค้ดตรงนี้มีไว้ทำไม ตัดออกได้มั้ย จะมีบั๊กมั้ย รองรับการขยายตัวในอนาคตมั้ย มันสำคัญมากเวลาทำงานใหญ่และเป็นทีม เพราะจะได้รู้ว่ามีอะไรที่เรายังไม่เข้าใจมั้ย พี่จะได้ช่วยถูกจุดและไม่เสียเวลาทำงานพี่ ๆ (อย่างว่าแหละงานมันเดือด)

3. รู้ว่าการทำอะไรซักอย่างต้องคิดรอบด้านและรอบคอบขนาดไหน

ถ้าฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาไม่มี impact ต่อโปรเจค ก็ไม่ควรเสียเงินและเวลาในการพัฒนา ไม่เฉพาะกับโปรแกรมนะ แต่หมายถึงเรื่องอื่น ๆ เช่น การตลาด การ PR ด้วย ต้องคิดว่าทำออกไปแล้วใครใช้ ใช้เยอะมั้ย จะดึงลูกค้าให้อยู่กับเราได้มั้ย มีอะไรต้องปรับปรุงมั้ย เพราะฉะนั้น ทำอะไรต้องคิดรอบด้าน

4. ได้เจอคนเก่ง ๆ และมีประสบการณ์

เงินซื้อได้หลายอย่าง แต่ซื้อความรู้และประสบการณ์ไม่ได้ วิธีที่จะได้มาคือต้องลงมือทำกับหาคนที่มี และที่นี่ก็มีคนที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับเรา (ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ฟังที่ดี เพราะยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่)

5. ได้รู้ว่า BTS มันห่วยแตกขนาดไหน

อันนี้ขอบ่น ตอนเช้า ๆ ต้องรีบตื่นเพราะไม่งั้นจะมาไม่ทัน BTS คนเยอะมาก ๆๆๆๆๆๆ และเอาแน่เอานอนกับมันไม่ได้เลย จะเสียตอนไหนก็ไม่รู้ จะมาตอนไหนก็ไม่รู้

สุดท้าย…

6. ได้ฝึกงานครั้งแรก (ก็แน่ล่ะ)

ได้รู้ว่าถ้าจะเป็นพนักงานบริษัทจะมีชีวิตเป็นยังไง (ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ) ช่วยในการตัดสินใจเส้นทางอนาคตได้ดีเลย ได้รู้ว่าจุดแข็งจุดอ่อนเราคืออะไร แล้วก็ได้น้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วย…

สรุปว่า ถ้าอยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่ ออกจาก comfort zone ของตัวเอง แนะนำให้มาลองหาที่ฝึกงานดูนะ

เพราะประสบการณ์คือสิ่งที่ได้จากการลงมือทำ

แถม!! อยากได้โอกาสแบบนี้ต้องทำยังไง (สำหรับชาวโอลิมปิกคอม)

เราคิดว่าเหตุผลที่เราได้โอกาสนี้คือการทำโจทย์ตาม online judge ต่าง ๆ (กรณีเราคือเจอจาก SPOJ) เพราะฉะนั้นให้หว่านทำโจทย์ไปหลาย ๆ เว็บเลยครับ ทำเยอะ ๆ เพราะนอกจากจะช่วยฝึก skill ของเราแล้วยังเปิดโอกาสให้ recruiter จากบริษัทต่าง ๆ เจอตัวเราง่ายขึ้น และสำหรับที่ Donuts BKK อย่างที่บอกไปว่าข้อสอบเป็นแนวอัลกอ เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่าทำไม่ได้ แค่จะต้องเพิ่ม skill ด้าน web development ด้วย

อ้อ อย่าลืมใส่ข้อมูลติดต่อไว้ใน profile ด้วยล่ะ เดี๋ยวเจอแล้วตามตัวไม่ได้

ส่วนใครที่อยากฝึกงานกับ Donuts Bangkok ก็ลองไปอ่านรายละเอียดที่ donuts-bkk.com/jobs แล้วสมัครผ่านเว็บไซต์หรืออีเมล hr@donuts-bkk.com ได้เลย


นั่งโง่ ๆ กับงาน Stupid Hackathon Thailand #3 >>
Natchapol Srisang © 2020 · Facebook · GitHub · LinkedIn